ติดตั้งระบบระบายอากาศ

ระบบระบายอากาศ Ventilation system
    การระบายอากาศ หมายถึง การทำให้อากาศเกิดการไหลเวียนและถ่ายเทภายในอาคารโดยการการออกแบบตัวอาคารให้มีช่องระบายอากาศเข้า-ออก หรือการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าไปภายในอาคารโดยตรง โดยผ่านระบบท่อลม หรือการเติมโดยพัดลมติดผนัง และขณะเดียวกันจะต้องระบายอากาศออกยังภายนอกจากวิธีธรรมชาติหรือวิธีทางกลการเติมและการระบายอากาศ จะต้องมีปริมาณที่เหมาะสม สามารถระบายและถ่ายเทอากาศได้อย่างเพียงพอ 
 
สาเหตุว่าทำไมต้องมีการระบายอากาศในพื้นที่ มีดังนี้คือ
1. เพื่อควบคุมระดับของสิ่งปนเปื้อนในอากาศเช่น เชื้อโรค ฝุ่นละออง ไอสารเคมี ก๊าซ ควัน ฯลฯ ในพื้นที่การปฏิบัติงาน อาคาร โรงงาน ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ซึ่งสิ่งปนเปื้อนเหล่านี้หากได้รับเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการสะสมในอวัยวะต่าง ๆ และจะนำมาซึ่งความเจ็บป่วยของบุคลากร
2. เพื่อควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบายได้ เพราะความร้อนและความชื้น ถ้าไม่เหมาะสมในกรณีของบุคลากร จะทำให้เกิดการเจ็บป่วย หงุดหงิด อึดอัด ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงการเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุและการลาออกของพนักงานได้ ในกรณีของชิ้นงาน อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นงาน วัตถุดิบบางประเภทได้

หลักการพื้นฐาน

1. ต้องให้มีการเปลี่ยนถ่ายและหมุนเวียนอากาศ (Air Change) ภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การดึงอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจะเป็นการลดระดับความร้อนในพื้นที่ และช่วยเจือจางสิ่งแปลกปลอมในอากาศได้ด้วย
2. จากนั้นจะต้องคำนึงถึงความรู้สึกสบายในการทำงานของพนักงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีอากาศถ่ายเท (Air Movement) ซึ่งจะมีผลต่อความรู้สึกของมนุษย์ การทำงานของพัดลม นั่นคือเมื่อมีลมพัดผ่านจะเกิดการระเหยของความชื้นบนผิวหนัง ทำให้รู้สึกเย็น นอกจากนั้น Air Movement ยังช่วยระเหยความชื้นที่เกาะอยู่บนชิ้นส่วนโลหะ ป้องกันการเกิดสนิมได้
 
การควบคุมการทำงานของระบบระบายอากาศให้สมดุล (The Balanced Ventilation System: BVS) คือต้องออกแบบทั้ง Air Change และ Air Movement ให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ช่วยดังต่อไปนี้

1. Air Damper สำหรับพื้นที่การทำงานแบบกึ่งปิด หรือพื้นที่แบบปิด จำเป็นต้องมีการเปิดช่องผนังเพื่อติดตั้ง Air Damper เพื่อให้มีอากาศเข้ามาในพื้นที่ในขณะที่พัดลมระบายอากาศทำงาน ซึ่งการทำให้เกิดการไหลเข้า-ออกของอากาศนี้ คือการสร้าง Air Change นั่นเอง

2. Air Sweeper คือถูกติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม สำหรับดักลมที่ส่งมาตามท่อส่งลม เพื่อจ่ายไปยังพื้นที่ที่ต้องการให้มี Air Movement หรือต้องจ่ายลมให้กับพนักงานผ่าน Air Damper ทั้งนี้ยังสามารถใช้ควบคุมการจ่ายลมของระบบ Exhaust ได้อีกด้วย ช่วยให้การออกแบบ Air Change ในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. Exhaust Air Fan เมื่อมีการใช้งานระบบระบายอากาศ ลมจากภายนอกจะถูกดึงเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และท่อดักลมจะทำหน้าที่รับลม และจ่ายลมไปยังพื้นที่ที่ต้องการ สุดท้ายลมจะถูกดูดออกด้วยพัดลมระบายอากาศ ซึ่งระบบการสร้างสมดุลในการระบายอากาศนี้ จะทำให้เกิดทั้ง Air Change และ Air Movement

 

หลักในการออกแบบระบบระบายอากาศให้มีประสิทธิภาพ

1. เติมอากาศบริสุทธิ์ให้เพียงพอและเหมาะสม
2. อัตราการระบายอากาศ Air change จะถูกกำหนดและออกแบบให้เป็นไปตามาตรฐาน วสท.3010 และมาตรฐานการปรับอากาศและระบายอากาศของอเมริกาหรือ “ASHRAE”
3. คำนึงถึงสภาวะแรงดันในห้องอาจเป็นบวก หรือลบ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและลักษณะการใช้งาน
4. คำนึงมาตรฐานการกรองฝุ่นละอองและสารแขวนลอยในอากาศ โดยจะพิจารณาตามความจำเป็นข้อกำหนดด้านการผลิต หรือมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการขออนุญาต
5. ออกแบบให้มีกำลังการใช้งานที่เหมาะสมเน้นการอนุรีกษ์พลังงาน